1. “Pepsi Beyoncé “Mirrors” Behind The Scenes ­Official Video #BeyHereNow” (by Pepsi)

     


  2. คู่กรรม 2013 … ไม่ได้มีดีแค่ณเดชน์

    image

    ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาภาพยนตร์ที่มีคนพูดถึงและถกเถียงมากที่สุดคงหนีไม่พ้นนิยายอมตะประพันธ์โดย ‘ทมยันตี’ เรื่อง “คู่กรรม” ที่ถูกหยิบยกมาพูดกับทั้งดีและไม่ดี แต่ในใจผมอยากให้คุณเปิดใจกว้างๆอย่างเพิ่งเชื่อทั้งดีและไม่ดีที่คุณได้ยินมา … เนื้อหาต่อไปนี้ผมจะไม่สปอยหนังนะครับ อ่านได้สบายๆ

    image

    ตัวอย่างภาพและหนังคู่กรรรม พระนางโดย ณเดชน์-ริชชี่ ปล่อยออกมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่วนตัวเห็นแล้วยังมองว่าจะทำได้แนบเนียนขนาดไหน ทั้งตัวนักแสดง รวมไปถึงฉากสมครามโลกครั้งที่ 2 ที่ต้องสมจริง ในใจก็คือ “ต้องรอลุ้น” แบบเต็มๆจะดีกว่า

    คู่กรรม เวอร์ชั่น 2013 เป็นภาพยนตร์ที่โฟกัสไปที่ความรักของเด็กวัยรุ่น (โกโบริอายุประมาณ 24 ปี ส่วนอังศุมาลิน 18 ปี) ส่วนสงครามโลกครั้งที่ 2, วิถีชีวิต และโชคชะตาเป็นสิ่งที่ประกอบความรักของทั้งคู่อีกที … พูดถึงความรักแล้ว ต้องมองตรงไปที่ 3 นักแสดงหลัก โกโบริ มีหัวใจอิสระที่จะรัก อังศุมาลิน รักโกโบริตั้งแต่แรก แต่หัวใจของเธอกลับถูกพันธนาการจากคำสัญญาทำให้แสดงออกอะไรไม่ได้มาก คนสุดท้ายคือวนัส ผู้ที่เลือกรักอุดมการณ์มากกว่าคนรักนั้นเอง …. ถ้าผมแบ่งตัวละครออกแบบนี้คุณจะเข้าใจคาเล็คเตอร์การสื่ออารมณ์ของนักแสดงมากยิ่งขึ้นครับ เพราะหลายคนเถียงกันว่า นางเอก เหมาะสมหรือไม่ ผมมองว่า ริชชี่ แสดงออกถึงหญิงสาววัย 18 ปี เรียนหนังสือเก่ง เป็นลูกนายพลจบนอก มีความมั่นใจก๋ากั๋น และอายุเพียง 18 ปี เธอต้องร่วมขบวนการแบบลับๆอีก มันไม่ง่ายเลยที่ชีวิตในวัยนี้จะเจออะไรกับตัวเองได้มากมายขนาดนี้ … ส่วนเรื่องความรัก ผมดูๆไปแล้วก็สงสารอังศุมาลินมากที่สุดนะ ถามว่ารักไหม ก็รักนะ ถามว่าแสดงออกได้ไหม ไม่ได้

    image

    ส่วนสำคัญของภาพยนตร์คือ “โปรดักชั่น” … ผมต้องบอกไว้ตรงนี้เลยว่า ผมเตรียมตัวเข้าไปจับผิดเลยซะด้วยซ้ำ เพราะหนังไทยหลายๆเรื่องมาตกม้าตายตรงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆ … แต่สำหรับคู่กรรม กำกับโดย เรียว กิตติกร ผมต้องยอมรับว่าดูแล้วรู้เลยว่าทีมงานทำการบ้านมาดี ฉากระเบิดสถานีรถไฟที่บางกอกน้อย ที่ต้องขนเหล็กเข้าไปเซตฉากเพิ่มถึง 3 ตัน ส่วนฉากระเบิดที่สะพานพุทธ ต้องถ่ายหลบตึกรอบข้างที่เป็นสมัยใหม่ แล้วยังต้องทำเรื่องปิดสะพาน (ซึ่งไม่ง่ายเลยจริงๆที่จะต้องขอกทม. 555) ส่วนฉากแต่งงานก็ยิ่งใหญ่สมจริงมากๆครับ เรียกว่าละเมียดพิถีพิถันทุกรายละเอียดจริงๆ ทหารญี่ปุ่นก็ใช้ชาวญี่ปุ่นมาแสดงทั้งหมด ส่วนเสื้อผ้าก็ถอดแบบมาจากภาพถ่ายในประวัติศาสตร์ โดยรวมถือว่าน่าพอใจมากครับๆ

    image

    image

    ในข้อดีก็มีจุดด้อยๆอยู่บ้าง ส่วนตัวมองว่าการตัดต่อบางช่วงบางตอนจังหวะ fade out-fade in ยังดูขัดๆอารมณ์ไปบ้าง รวมถึงฉากจบที่เน้นภาพแคบของทั้ง 2 คนจนเรารู้สึกอึดอัด ถ้าเพิ่มภาพกว้างของทั้ง 2 คนให้เห็นบรรยากาศความโศกเศร้าของสถานที่ น่าจะทำให้เราอินกับการพลัดพรากของทั้งคู่ได้เต็มอิ่มกว่านี้ครับ

    สุดท้าย อยากให้ทุกคนไปพิสูจน์ด้วยตาของตัวเองจริงๆ เป็นหนังโรแมนติกดราม่า ที่นำนิยายอมตะ “คู่กรรม” มาจับแก่นความรักในวัยรุ่นที่เบ่งบานท่ามกลางสงคราม ถ่ายทอดออกมาได้อย่างประทับใจเลยทีเดียวครับ … แล้วไปฟังประโยคนี้ซ้ำๆด้วยกันนะครับ  あなたを愛します ฉันรักเธอ

    ไนท์ ภูมินทร์

     


  3. พาไปหลบแดดที่ … วังสวนผักกาด

    image

    แค่ช่วงเริ่มต้นฤดูร้อนทำเอาหลายคนบ่นอุบไปทั้งประเทศ ถ้าเข้าเดือนเมษายนไคลแม็กซ์ความร้อนคงพุ่งปรี๊ดถึงขีดสุดแน่นอน และเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดเพื่อดับร้อนคือ การนั่งตากแอร์ … ถ้าตากแอร์กันทุกบ้านทุกออฟฟิจมีหวังค่าไฟบานแถมยังโลกร้อนอีกแน่ๆครับ

    วันนี้ผมเลยจะพาไปหลบแดดแถมยังได้ความรู้และความเพลิดเพลินอีกต่างหาก ที่ “วังสวนผักกาด”  ใกล้กลางกรุงเทพฯครับ การเดินทางมาที่นี้จะสะดวกสบาย นั่ง BTS มาลงสถานีพญาไทเดินตามฟุตบาทริมถ.ศรีอยุธยาประมาณ 500 เมตร ก็ถึงแล้วครับ หรือจะขับรถส่วนตัวมาก็ได้ที่นี้มีที่จอดรถครับ 

    image

    อย่างแรกเมื่อมาถึงคือเราต้องติดต่อประชาสัมพันธ์เพื่อขอเข้าชม เสียค่าบำรุงรักษา 50 บาท ส่วนชาวต่างชาติ 100 บาทครับ แล้วเจ้าหน้าที่จะมอบแผนพับแผนที่และลำดับรายละเอียดของการเข้าชมครับ 

    image

    วังสวนผักกาด ประกอบด้วยเรือนไทย 8 หลัง และอาคารยุคปัจจุบัน ในเนื้อที่ 6 ไร่ จัดแสดงวัตถุโบราณของไทยหลายยุคหลายสมัยซึ่งเป็นของสะสมของเจ้าของวังแห่งนี้คือ  พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุมภฏพงษ์บริพัตร กรมหมื่นนครสวรรค์ศักดิพินิต หรือ เสด็จในกรมฯ และ หม่อมราชวงศ์พันธุ์ทิพย์ บริพัตร หรือ “คุณท่าน” … บางคนฟังดูคุ้นๆกับสายสกุล “บริพัตร” … ใช่แล้วละครับ คุณท่านคือเจ้าของเดิมของวังแห่งนี้ และเป็นศักดิ์เป็นพระปิตุลาหรือลุงของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน วังสวนผักกาดนอกจากจะเป็นพิพิธภัณฑ์แล้ว ยังเป็นบ้านของท่านชายสุขุมพันธุ์อีกด้วยครับ … ส่วนเหตุที่เรียกว่าวังสวนผักกาดคือ สมัยก่อนเคยเป็นที่ปลูกผักกาดของคนจีนนั้นเองครับ

    การเข้าชมที่นี้นั้น ไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพวัตถุโบราณที่จัดแสดงอยู่ภายในแต่ละห้อง แต่เราสามารถถ่ายจากด้านนอกได้ ฉะนั้นเพื่อทำตามกฏภาพที่ผมถ่ายมาจะถ่ายบริเวณด้านนอกของห้องทั้งหมดครับ … ส่วนการตกแต่งภายในพิพิธภัณฑ์บางห้องจะติดตั้งแอร์เพื่อรักษาสภาพของเอาไว้และบางห้องจะเปิดโล่งปกติครับ

    image

    image

    เริ่มด้วยห้องบ้านเชียง จัดแสดงโบราณวัตถุในวัฒนธรรมบ้านเชียง อายุประมาณ 1,800-5,600 ปี ได้แก่ ภาชนะดินเผลาเขียนสี เครื่องประดับหินต่างๆ อาวุธ เป็นต้นครับ … พอเดินลัดเลาะมาทางด้านหลังจะเจอกับเรือนพระที่นั่งเก้ากึ่งพยอม เป็นเรือที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ พระราชทานแก่ทูลกระหม่อมบริพัตรฯ ซึ่งเป็นพระบิดาของคุณท่าน เจ้าของวังแห้งนี้ ตัวเรือและเก๋งเรือทำด้วยไม้ตะเคียนทองและไม้สักทอง อายุกว่า 100 ปีแล้วครับ

    image

    image

    image

    ถัดมาจากเรือพระที่นั่งคือ หอเขียน ซึ่งเป็นศิลปะจากยุคอยุธยาตอนปลาย คุณท่านได้มาจากวัดบ้านกลิ้ง อยุธยา ภายในเป็นภาพเขียนลายรดน้ำ 2 เรื่อง ได้แก่ พุทธประวัติและรามเกียรติ์ ถ้าใครได้ไปชมรับรองว่าต้องประทับใจความสวยงามวิจิตรบรรจงทุกรายละเอียดแน่นอน เสียดายที่ไม่สามารถถ่ายภาพด้านในได้

    image

    image

    สุดท้ายคือกลุ่มเรือนไทยทั้งหมด 8 หลัง จัดแสดงโบราณวัตถุของไทยหลายยุคหลายสมัย อย่าง ทรารวดี, ลพบุรี, สุโขทัย, อยุธยา และรัสนโกสินทร์ นอกจากนี้จัดแสดงห้องเครื่องดนตรีไทย พิพิธภัณฑ์โขน … ซึ่งดูแล้วเพลิดเพลินกับความร่มรื่นของที่นี้ ลืมร้อนกันไปเลย

    image

    image

    image

    image

    image

    ผู้ที่สนใจอยากจะมาหลบร้อนที่วังสวนผักกาด ผมแนะนำให้มาช่วงก่อนเที่ยงจะดีมาก เพราะไม่ร้อนมากและแสงในการถ่ายรูปก็โอเค แต่ถ้าใครมาช่วงบ่ายๆก็ได้เหมือนกัน แต่อาจจะร้อนกว่าช่วงเช้าเท่านั้นเอง … วังสวนผักกาด ดูแลโดยมูลนิธิจุมภฏ-พันธุ์ทิพย์ เปิดทุกวัน เวลา 9.00-16.00น. รายละเอียดเพิ่มเติมที่เวไซค์ www.suanpakkad.com

    image

    ขอบคุณที่ติดตามครับ

    ไนท์ ภูมินทร์

     


  4. ไปมาแล้ว … เขาคิชฌกูฏ

    image

    ทุกๆต้นปี ถ้าหากถามพุทธศาสนิกชนผู้ชอบแสวงบุญแล้วล่ะก็ ทุกคนคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ปีนี้ไปเขาคิชฌกูฏมาหรือยัง?” … สำหรับผมแล้วรู้จักรอยพระพุทธบาท จ.จันทบุรี มาประมาณ 5 ปีแล้ว ตั้งใจจะไปมาหลายครั้งและพลาดแทบทุกครั้ง ปีนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีได้ไปสัมผัสประสบการณ์ที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ถ้าได้ขึ้นไปอธิษฐานรอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฏ มักจะสำเร็จอย่างที่ตั้งใจ” และไม่แปลกใจเลยทำไมบางคนแทบจะมาที่นี้ทุกปี

    ปี 2556 เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี เปิดขึ้นไปสักการะตั้งแต่วันที่ 11 ก.พ.- 11 เม.ย. ถ้าใครจะไปแนะนำไปวันธรรมดาจะดีกว่า เพราะถ้าคุณไปวันเสาร์อาทิตย์รับรองได้ว่าคุณต้องเจอคณะทัวร์รถบัสทั่วประเทศแน่นอนครับ … หลังจากตั้งใจจะไปมาหลายปี ปีนี้ถือว่าได้ทำอย่างตั้งใจจริงๆครับ ผมและชาวคณะตกลงจะออกเดินทางโดยรถตู้เหมาคันวิ่งจากกรุงเทพในช่วงกลางคืน ถึงเขาคิชฌกูฏในช่วงกลางดึกและจะกลับลงมาในช่วงเช้า เราเลือกเวลานี้เพื่อหลีกเลี่ยงสภาพอากาศร้อนในตอนกลางวันนั้นเองครับ 

    [ใครที่จะมาโดยรถสาธารณะแบบลุยๆ คุณสามารถขึ้นรถบัสประจำทางกรุงเทพฯ-จันทบรี ที่สถานีขนส่งเอกมัย ราคา 189 บาท เมื่อคุณถึงที่สถานี้ขนส่งจ.จันทบุรีจะมีรถ 2 แถววิ่งไปยังเขาคิชฌกูฏค่อยให้บริการอยู่ ราคาไปกี่สิบบาทครับ ซึ่งมีตลอดทั้งวัน แต่ช่วงกลางคืนอาจจะหาอยากหน่อยครับ]

    รถตู้พาเราออกจากกรุงเทพฯเดินทางมาตามถ.สุขุมวิทพอเข้าเขตเมืองจันทบุรีถึงสี่แยกเขาไร่ยาให้เลี้ยวซ้าย เดินทางต่อไปตามป้ายเขาอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏเราก็จะถึงวัดพลวงซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการแสวงบุญครั้งนี้อย่างแท้จริงครับ

    image

    image

    บริเวณจุดขึ้นเขาโดยรอบจะมีของขายมากมาย ดอกไม้ธูปเทียนหินพลอยเพื่อนำไปสักการะรอยพระพุทธบาททางด้านบน คุณจะเตรียมมาจากที่บ้านหรือมาซื้อที่นี้ก็ตามสะดวกครับ แต่สำหรับคนที่เคยมาที่นี้มักจะเตรียมมาจากบ้าน ธูปเทียนเป็นกำๆ ดอกไม้คนละถุง ทองคำเปลวหลายสิบแผ่น … นอกจากจะมีของขายแล้ว ยังเป็นที่ที่เราต้องซื้อตั๋ว 50 บาทเพื่อขึ้นรถ 4 wheel ระยะทาง 8 กม. แบ่งเป็น 2 ช่วง ระยะเวลาช่วงละประมาณ 10-15 นาที เพราะฉะนั้นเราต้องจ่ายค่ารถขึ้น-ลงคนละ 200 บาทครับ

    image

    image

    image

    ผ่าน 8 กม.ของทางขึ้นเขาอันลาดชันที่ต้องอาศัยฝีมือคนขับที่ชำนาญทางขับขึ้นเท่านั้น และอีกสิ่งหนึ่งที่น่าสังเกตุคือ รถปิคอัพขับเคลื่อน 4 ล้อ หรือรถ 4 wheel มักจะเป็นรถป้ายแดงหลากหลายยี่ห้อเหมือนออกรถเพื่อมาใช้ในงานนี้  พอจบงานก็คงขายเข้าเต๊นท์รถต่อไปทำนองนั้น 

    พอรถปิคอัพพาเรามาถึงลานกว้างมีวงเวียนประดิษฐานพระสิวลีหลายองค์ ก็บอกให้เรารู้ว่าสิ่งสุดทางเดินรถแค่นี้ เพราะอีก 1.2 กม.ข้างหน้าคือการเดินเท้าขึ้นไปสู่ที่หมายครับ โดยพื้นที่ตรงนี้มีของขายเหมือนด้านล่าง คุณสามารถซื้อของที่คุณอาจจะนึกไม่ออกก่อนขึ้นมา แถมคุณยังสามารถแลกเงินเป็นแบงค์ย่อยๆเพื่อทำบุญตามรายทางอีกด้วยครับ

    image

    image

    ระยะทางเดินขึ้นสู่รอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฏระยะทาง 1.2 กม. บางคนฟังแล้วดูชิวๆ แต่สำหรับสภาพที่เป็นทางลาดสลับทางชันขึ้นเขาแล้ว ขอบอกว่าไม่ชิวเอาซะเลย ถ้าคุณไม่วอร์มร่างกายมาดี คุณอาจมีสิทธิ์ล้าท้อขึ้นมาทันทีก็เป็นได้ แต่ถ้าคุณมองไปข้างหน้ารวมกันศรัทธาจริตดั้นดนมาเพื่อกราบไหว้ขอพรแล้วล่ะก็ จะทำให้คุณเดินไปอย่างมุ่งมั่น เหนื่อยก็พัก ไหวก็เดินต่อ … ขนาดมากลางคืนยังบรรยายได้ขนาดนี้ ถ้ามากลางวันรับรองชาวคณะได้ปาดเหงื่อเป็นถังๆแน่นอนครับ

    อีก 1 วัฒนธรรมที่ทำตามๆกันมาของที่นี้ก็คือ การโปรยดอกดาวเหลือง เรียกว่าโปรยกันตลอดทาง 1.2 กม.ก็ว่าได้ แต่ถ้าใครได้มาอ่านบทความนี้ ผมอยากแนะนำว่า “อย่าทำ” จะดีกว่าครับ เพราะถึงฤดูฝนน้ำไหลลงเขาจะเป็นสีเหลืองและมีกลิ่น พระสงฆ์องค์เจ้าไม่สามารถนำน้ำมาใช้ได้ครับ ผมว่าเดินตรงขึ้นไปบริเวณรอยพระบาทเลยจะดีกว่าครับ … พอผ่านไปครึ่งทางคุณจะเจอกับประตูสวรรค์เป็นบริเวณให้คุณนั่งพักจิบชาเบาๆ ให้คุณรู้สึกสบายตัวเตรียมพร้อมสู่การเดินขึ้นเขาระยะสุดท้ายครับ

    image

    เพียงแค่อึดใจเดียวคุณจะเดินทางมาถึงลานกว้างบริเวณประดิษฐานพระเจ้าตากสินมหาราช คุณจะเห็นผู้คนนั่งพักเหนื่อย บางคนก็นั่งกินมาม่า-โจ๊ก ผมรับรองว่า ร้อยละ 80 ที่ขึ้นมาถึงที่นี้ได้กลิ่นมาม่าแล้วต้องน้ำลายไหลทุกคน … ส่วนใครที่ไม่กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป-โจ๊กสำเร็จรูป คุณอาจจะเตรียมอาหารจำพวกข้าวเหนียวหมูทอด-ไก่ทอด รวมถึงน้ำดื่มติดตัวมาด้วยก็ได้ครับ เพราะคุณต้องใช้เวลาอยู่ในบริเวณนี้รวมขึ้นลงประมาณ 4-6 ชั่วโมงครับ

    image

    image

    จากบริเวณนี้เดินไปอีกเค่ 100 เมตรคุณจะเป็นหินทรงบาตรคว่ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ซึ่งบ่งบอกว่าคุณได้มาถึงยังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่คุณตั้งใจเดินทางมาถึงเรียบร้อยแล้ว สำหรับรอยพระพุทธบาท เขาคิชฌกูฏ ถือว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่อยู่สูงที่สุดของประเทศไทยราวๆ 1 กม.จากระดับน้ำทะเลครับ

    image

    image

    แน่นอนครับกิจกรรมไฮไลท์ของเราก็คือการกราบนมัสการขอพรรอยพระพุทธบาท โดยจะมีพระนำสวดมนต์เป็นรอบๆครับ พอสวดจบเราต้องฝ่าวงล้อมของผู้คนเพื่อนำดอกไม้ธูปเทียนทองหินพลอยไปว่างบนรอบพระพุทธบาท ผมแนะนำให้คุณอธิษฐานสิ่งที่ตั้งใจขอพรให้เสร็จสรรพครับ เพราะหลายคนนั่งขอกันข้างๆรอยพระพุทธบาท คนที่อยู่ด้านหลังก็ต้องมายืนรอกันจนแน่นทำให้ช้ากันไปใหญ่ครับ และอีกเรื่องคือ อย่าเอาเงินใส่ไปบนรอยพระพุทธบาท เพราะเจ้าหน้าที่จะเสียเวลาคัดแยกเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้แสวงบุญครับ ถ้าคุณอยากทำบุญเอาเงินไปใส่ในตู้ที่ทางวัดจัดเตรียมไว้ให้จะสะดวกแก่คุณและวัดมากกว่าครับ 

    ถ้าใครมีเดินทางมาถึงที่นี้ช่วงตี 4 ตี 5 เป็นเวลาพระทำวัตรเช้า คนจะนั่งกันเต็มลานเพื่อร่วมสวดมนต์และฟังพระเทศน์ไปด้วยครับ ถ้าเป็นยุคก่อนๆจะเป็นหลวงพ่อเขียน เกจิอาจารย์ผู้บุกเบิกเขาคิชฌกูฏเป็นผู้เทศน์และให้พร แต่ท่านได้มรณภาพไปเมื่อปีก่อน ผู้ทำหน้าที่ต่อก็คือลูกศิษย์ของท่านครับ

    image

    บริเวณรอยพระพุทธบาทยังไม่ใช่จุดสูงที่สุดของเขาลูกนี้ คุณต้องเดินไปอีกราวๆกิโลเมตรกว่าๆ เพื่อไปยังสถานที่ชื่อว่า “ผ้าแดง” … ชาวคณะที่มาด้วยกันเคยไปมาหมดแล้วเลยขอบายนั่งพักอยู่ที่นี้ ส่วนผมไหนๆก็มาทั้งทีต้องไปพิสูจน์กันเขาสักหน่อยว่าเป็นอย่างไร

    2 ข้างทางเดินขึ้นผ้าแดงนั้นไม่ต่างจาก 1.2 กม.ที่ผ่านมาเลย ทางลาดสลับชั้นดินขรุขระและมีสิงศักดิ์สิทธิ์พระพุทธรูปองค์เทพเทวดาให้เราสักการะขอพรทำบุญตลอดทาง ส่วนใครหิวก็แวะดื่มน้ำซื้อชากาแฟหรือจะกินมาม่า-โจ๊กก็ได้ตามใจคุณครับ 

    image

    image

    ระหว่างทางก่อนจะมาถึงยังผ้าแดง ผมสังเกตุเห็น เด็กวัย 5 ขวบจนถึงคนแก่คนเฒ่าเดินขึ้นที่ผ้าแดงแห่งนี้หลายคน ทำให้รู้สึกอิ่มใจไปกับเขาด้วยจริงๆครับ … บริเวณผ้าแดงเป็นจุดสูงที่สุด เมื่อขึ้นมาถึงทุกคนจะเขียนชื่อตัวเองพร้อมคำอธิษฐานลงบนผ้าแดงผืนยาว จารึกชื่อไว้ว่าเราได้มาพิชิตจุดที่สูงที่สุดของเขาคิชฌกูฏแล้วครับ

    ดูจากเวลาตอนนี้ก็ตี 5 แล้วถึงเวลาที่ชาวคณะต้องลงจากเขาคิชฌกูฏแล้วครับ เวลานี้อากาศดีมากๆ เย็นสบาย เห็นพระจันทร์อยู่ไกลลิบๆเพื่อรอให้พระอาทิตย์ขึ้น ส่วนผู้คนก็หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย ร้านค้าที่นี้เปิด 24 ชม.อย่างกับ 7-11 เลยทีเดียวครับ …  การเดินลงเขาคิชฌกูฏในช่วงเช้าตรู่ถือว่าเป็นเรื่องที่เพลิดเพลินมาก หลังจากที่มีจิตใจเป็นกุศลจากผลบุญที่ร่วมทำมา ยังได้ชมวิวทิวทัศน์ของภูเขาจันทบุรีสลับเมฆหมอกที่ลอยต่ำอยู่ในระดับสายตา ถ้าไม่บอกว่า ชื่นใจสุดๆ ก็ไม่รู้จะพูดว่ายังไงครับ

    image

    image

    เราใช้เวลาไม่นานเพื่อมาถึงบริเวณขึ้นรถปิคอัพลงเขาคิชกูฏ แน่นอนว่าฟ้าสว่างแล้ว เราเห็นถนนหนทางลาดชันของเขาคิชฌกูฏได้ชัดเจนกว่าตอนกลางคืนครับ ทำให้รู้ว่าหวาดเสียวแค่นี้ … (ลองชมคลิปดูนะครับ)

     

    จากเวลาที่ผมเขียน ณ ตอนนี้ อีกไม่ถึงเดือน เพราะเขาคิชฌกูฏจะเปิดให้ขึ้นวันสุดท้ายคือ 11 เม.ย.นี้ ใครที่จะไปแสวงบุญก็ขออนุโมทนาบุญให้ได้สิ่งที่หวังตั้งใจไว้ สุขสวัสดดีตลอดทั้งปีนะครับ

    ไนท์ ภูมินทร์

     

  5. Listen!!! Beyonce’s new song 

    Bow Down (I Been On)

    (Source: youtube.com)

     

  6. #1 UK Chart this week!

    Justin Timberlake - Mirrors (Audio) (by justintimberlakeVEVO)

     

  7. มีความสุขวันปีใหม่ครับบบบบบ 

    แมวพาเที่ยว “วัดถ้ำเสือ” กาญจนบุรี HD (by NightPhoomin)

     


  8.